หน้าหลัก       ข่าวประชาสัมพันธ์       ประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง แนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (On site) ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565

ประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง แนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (On site) ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565

ประกาศมหาวิทยาลัยพายัพ เรื่อง แนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (On site) ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565
 
              ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 37) ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 จังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 39/2565 เรื่อง มาตรการการใช้อาคารเรียนหรือสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2565
 
              เพื่อให้การจัดการเรียนการสอน ภาคการศึกษาที่ 1ปีการศึกษา 2565 ของมหาวิทยาลัยพายัพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 (1) และ (13) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 จึงกำหนดแนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (On site) ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ดังต่อไปนี้
 
              ข้อ 1  ให้ยกเลิกบรรดาคำสั่ง ประกาศ หรือแนวปฏิบัติอื่นใด เฉพาะในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับประกาศฉบับนี้และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน
             
              ข้อ 2  ในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ให้จัดการเรียนการสอนและการสอบ ในรูปแบบปกติในห้องเรียน (Onsite) ทั้งรายวิชาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทั้งนี้ ให้อาจารย์ผู้สอนคำนึงถึงความเหมาะสมของห้องเรียนและจำนวนนักศึกษา โดยต้องจัดให้มีการจัดเว้นระยะห่างระหว่างนักศึกษา ไม่น้อยกว่า 1 เมตร พร้อมติดสัญลักษณ์แสดงระยะห่างอย่างชัดเจน อาจารย์และนักศึกษาต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และให้ปฏิบัติตัวตามแนวทางป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for COVID-19) และ ข้อกำหนด 6มาตรการหลัก (DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) และ 7 มาตรการเข้มสถานศึกษาโดยเคร่งครัด
 
              ข้อ 3  ให้อาจารย์และนักศึกษาประเมินสุขภาพตนเอง ผ่านระบบ Thai Save Thai (TST) กรณีมีอาการป่วยให้งดเข้าห้องเรียน หากอาการป่วยเข้าข่าย COVID-19 เช่น มีไข้ ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ให้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยชุดตรวจ ATK หากมีผลเป็นลบให้เข้าห้องเรียนได้ตามปกติแต่หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นและสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด เป็นเวลา 5 - 7 วัน หรือจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ
                                 
              ข้อ 4  กรณีนักศึกษาเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หากไม่มีอาการสามารถเข้าห้องเรียนได้ตามปกติ โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิดตลอดเวลา เว้นระยะห่างในห้องเรียน 1.5 – 2 เมตร และหลีกเลี่ยงการร่วมกิจกรรมที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก และให้สังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด เป็นเวลา 5 - 7 วัน
 
              กรณีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงตามวรรคก่อน เป็นผู้ดูแลกลุ่มเปราะบาง (เด็กเล็ก ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเส้นเลือดในสมอง โรคเบาหวาน โรคตับแข็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และภาวะอ้วน) ให้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยชุดตรวจ ATK ในวันที่ 5 และวันที่ 10 หลังจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเมื่อมีอาการเข้าข่าย
 
              ข้อ 5  หากมีนักศึกษาในรายวิชาใด ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการแจ้งอาจารย์ผู้สอนและคณะต้นสังกัด โดยให้ผู้ติดเชื้อแยกกักตัวที่บ้าน หรือปฏิบัติตามการแนะนำของสถานบริการสาธารณสุข และให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ แนบท้ายประกาศนี้
 
              ให้ผู้สอนในรายวิชาที่มีนักศึกษาติดเชื้อ COVID-19 ดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบไฮบริด (hybrid) หรือออนไลน์ ตามที่เห็นสมควรเป็นระยะเวลาตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนักศึกษาที่ติดเชื้อ COVID-19 เพื่อให้นักศึกษาที่ติดเชื้อสามารถเข้าเรียนในรายวิชานั้นได้ ทั้งนี้ ต้องได้รับการอนุมัติจากหัวหน้าสาขาวิชา คณบดี และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย ตามลำดับ
 
              กรณีที่นักศึกษาผู้ติดเชื้อพักในหอพักของมหาวิทยาลัย ให้แจ้งผู้จัดการหอพักทราบเพื่อดำเนินการกักตัว ในสถานที่ที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ให้  
 
              กรณีอาจารย์ผู้สอนติดเชื้อ COVID-19 ให้อาจารย์ผู้นั้นแยกกักตัวที่บ้าน/ที่พัก หรือ ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานบริการสาธารณสุข นับตั้งแต่วันที่ทราบการติดเชื้อ และให้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์จนถึงวันสิ้นสุดการกักตัว
 
              ข้อ 6 กรณีมีปัญหาการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ให้รักษาการอธิการบดีเป็นผู้วินิจฉัย และถือเป็นที่สุด
 
              จึงประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป
            
                                   ประกาศ ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2565
 
                                         อาจารย์อภิชา  อินสุวรรณ
                                             รักษาการอธิการบดี
 

 
เอกสารแนบท้าย

        1. แนวทางการเฝ้าระวังในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเรียน On Site ด้วยหลักการ “ตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน”ด้วย 3T1V
             T : Thai Stop Covid Plus (TSC+) มหาวิทยาลัยทำการประเมินตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียน (6 มิติ 20 ข้อ)
             T : Thai Save Thai (TST) นักศึกษาและบุคลากร ประเมินความเสี่ยงตนเองเป็นประจำอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์)
             T : Testตรวจคัดกรอง เฝ้าระวังอย่างเหมาะสม เช่น ATK เมื่อมีความเสี่ยง หรือ มีอาการ
             V : Vaccine บุคลากรและนักศึกษา ได้รับวัคซีนกระตุ้น (เข็ม 3)
 
         2. มาตรการ 6-6-7 (ข้อกำหนด 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) 6 มาตรการเสริม (SSET-CQ) 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา)

            6 มาตรการหลัก (DMHT-RC)
  1. Distancing เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1เมตร
  2. Mask wearing สวมหน้ากาก 100%ตลอดเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย
  3. Hand washing ล้างมือ ด้วยสบู่และน้ำนาน 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
  4. Testing วัดไข้ สังเกตอาการ และซักประวัติผู้สัมผัสเสี่ยงทุกคนก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
  5. Reducing ลดแออัด ลดเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง กลุ่มคนจำนวนมาก
  6. Cleaning ทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวสัมผัสร่วม อาทิ ที่จับประตู ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟต์ เป็นต้น
 
6 มาตรการเสริม (SSET-CQ)
  1. Self-care ดูแลใส่ใจ ปฏิบัติตน มีวินัย รับผิดชอบตัวเอง ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
  2. Spoon ใช้ช้อนตนเองทุกครั้ง ไม่กินอาหารร่วมกัน ลดสัมผัสร่วมกับผู้อื่น
  3. Eating กินอาหารปรุงสุก ใหม่ ร้อน
  4. Track ลงทะเบียนเข้า - ออก มหาวิทยาลัย ตามที่รัฐกำหนดด้วย appหรือบันทึกการเข้า - ออก อย่างชัดเจน
  5. Check สำรวจบุคคล นักศึกษา และกลุ่มเสี่ยงที่มาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง
  6. Quarantine กักกันตัวเอง ตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อมีอาการหรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง
 
ข้อกำหนดแนวทาง 7มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา
  1. มหาวิทยาลัยประเมินความพร้อมเปิดเรียนผ่าน TSC+ และรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน MOECOVID
  2. ทำกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบ Small Bubble จัดนักศึกษาเว้นระยะห่างในห้องเรียน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมข้ามกลุ่มกัน
  3. จัดระบบการให้บริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ
  4. จัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ การระบายอากาศภายในอาคาร การทำความสะอาด คุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค และการจัดการขยะ
  5. จัดให้มี Isolation Zone แผนเผชิญเหตุ และมีการซักซ้อมอย่างเคร่งครัด
  6. ควบคุมดูแลการเดินทางเข้าและออกจากมหาวิทยาลัย (Seal Route) ทั้งกรณีรถรับ - ส่ง นักศึกษา รถส่วนบุคคล และพาหนะโดยสารสาธารณะ
  7. จัดให้มี University Pass สำหรับนักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลการประเมิน TST ผลการตรวจคัดกรองหาเชื้อ ประวัติการรับวัคซีน หรือตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
 
  1. มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention)
    1. ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น
    2. เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ในทุกสถานที่
    3. สวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้าที่หนาเพียงพอ
    4. ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ หลังจากไอ หรือจาม หรือหลังจากสัมผัสของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
    5. หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
    6. ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี และผู้มีโรคเรื้อรัง ให้เลี่ยงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จำเป็น โดยให้ออกนอกบ้านน้อยที่สุดและใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด
    7. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น
    8. เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว และไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว
    9. งดเดินทางไปเยี่ยมญาติ หากมีความจำเป็น ควรเว้นระยะห่าง อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทและสวมหน้ากากตลอดเวลา
    10. หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง ควรตรวจด้วย Antigen test kit (ATK) หรือไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
  1. แผนเผชิญเหตุ
ระดับการแพร่ระบาดในมหาวิทยาลัย มาตรการป้องกัน
บุคลากร/นักศึกษา มหาวิทยาลัย
ไม่พบผู้ติดเชื้อ
  • ปฏิบัติเข้มตามมาตรการ 6-6-7
  • ประเมิน TSTเป็นประจำ
  • ทำตามมาตรการ Universal Prevention
  • กรณีเป็นผู้มีความเสี่ยง เช่น อาศัยในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อควรสุ่มตรวจหาเชื้อเป็นระยะตามสถานการณ์
  • เปิดเรียน On Site โดยปฏิบัติตามมาตการ TSC Plus (44ข้อ) และมาตรการ 6-6-7
  • ติดตามรายงานผลประเมิน TST
  • เน้นเฝ้าระวังตรวจคัดกรอง กลุ่มเปราะบาง กรณี เด็กพิเศษ กลุ่มเสี่ยง
พบผู้ติดเชื้อยืนยันที่มีผลการสอบสวนทางระบาดวิทยาว่ามีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ 2รายขึ้นไป
  • ปฏิบัติเข้มตามมาตรการ 6-6-7
  • ประเมิน TSTทุกคนทุกห้องเรียนที่มีผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสใกล้ชิด ทุกวัน และรายงานผล
  • กรณีเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ (Low Risk Contact) ให้มาเรียน On Site ตามปกติ และสังเกตอาการตนเอง
  • กรณีเป็นผู้เสี่ยงสูง (High Risk Contact) ให้มาเรียนได้ โดยระยะ 5วันแรก ให้เว้นระยะห่าง 2.0เมตร และตรวจหาเชื้อตามแนวทางที่กำหนด
  • ห้องเรียนที่พบผู้ติดเชื้อ ให้ปิดห้องเรียนไม่น้อยกว่า 3ชั่วโมง เพื่อทำความสะอาดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขแล้วให้เปิดใช้ห้องเรียนได้
  • ห้องเรียนอื่นเปิดเรียน On Site ตามปกติ งดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกัน โดยเฉพาะระหว่างห้องเรียน
  • ปฏิบัติเข้มตามมาตการ TSC Plus
  • เปิดประตู หน้าต่างห้องเรียน ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ตลอดระยะเวลาการใช้งาน กรณีใช้เครื่องปรับอากาศ เปิดประตูหน้าต่าง ระบายอากาศทุก       2ชั่วโมง อย่างน้อย 10นาที รวมทั้งช่วงเวลาพักเที่ยงหรือช่วงเวลาที่ไม่มีการเรียนการสอน
  • ในกรณีพบผู้ติดเชื้อยืนยันตั้งแต่   6รายขึ้นไป ให้ปฏิบัติตามมาตรการตัดความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน ด้วย 3T1V          (TSC Plus , TST, TK , Vaccine)
 

 

กรณีพบ บุคลากรหรือ นักศึกษาเป็น
แนวทางการปฏิบัติ
ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ
  1. เปิดเรียน On-Site ตามปกติ โดยปฏิบัติตามมาตรการ (TSC+) และมาตรการ 6-6-7
  2. ปฏิบัติตามมาตรการ Universal prevention
  3. ประเมินความเสี่ยงตนเองผ่าน Thai Save Thai (TST) เป็นประจำ
  4. เว้นระยะห่างของนักศึกษาในห้องเรียน ไม่น้อยกว่า 1 เมตร
ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง
  1. กรณีไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ตามแนวทางปัจจุบัน ทั้งมีอาการและไม่มีอาการ แนะนำให้กักตัว (Self Quarantine)เป็นเวลา 5วัน และติดตามเฝ้าระวังอีก 5 วัน
  2. กรณีได้รับวัคซีนโควิด-19ครบตามคำแนะนำในปัจจุบัน ไม่มีอาการ ไม่แนะนำให้กักตัว พิจารณาให้ไปเรียนได้
  3. ตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วย ATKถ้ามีอาการให้ตรวจทันที ถ้าไม่มีอาการ ให้ตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วย ATK ครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ และตรวจครั้งสุดท้าย วันที่ 10 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ
  4. มหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม เว้นระยะห่าง ไม่น้อยกว่า 2 เมตร
  5. ประสานหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ตามระบบงานอนามัยมหาวิทยาลัย
ผู้ติดเชื้อ
  1. แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือปฏิบัติตามแนะนำของ สถานบริการสาธารณสุข
  2. กรณีนักศึกษาพักในหอพัก แยกกักตัวที่ Isolation Zone
  3. ทำความสะอาดห้องเรียน ชั้นเรียน ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และเปิดเรียนตามปกติ
 
กรณียืนยันข้อมูลมีนักศึกษา/บุคลากรพบเชื้อ ดำเนินการ ดังนี้

        1. ปิดห้องเรียน/ห้องสำนักงานที่พบผู้ติดเชื้อเพื่อทำความสะอาดเป็นเวลา3ชั่วโมง แล้วเปิดใช้ตามปกติ
        2. สำนักจัดการอาคารสถานที่และบริการกำกับดูแลจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามแนวปฏิบัติด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ในการป้องกันโรค COVID -19 ในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย การระบายอากาศ การจัดการคุณภาพน้ำดื่ม และการจัดการขยะ
        3. สำนักจัดการอาคารสถานที่และบริการ กำกับดูแลการจัดระบบการให้บริการอาหารสำหรับนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรในมหาวิทยาลัยตามหลักมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ
        4. มหาวิทยาลัย จัดจุดIsolation Zone ดังนี้ 
            4.1 เขตแม่คาว อาคารพันธกร โซนห้องพยาบาล
            4.2 เขตแก้วนวรัฐ อาคารศรีสังวาลย์ หน้าห้อง SW101
            4.3 หอพักหญิงอัลฟาและหอพักชายโอเมกา โซนห้องพักหอชาย จำนวน 10ห้อง หอพักหญิง จำนวน 10ห้อง
            4.4 หอพักคณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิค อาคารบูรณาคาร จำนวน 2 ห้อง 

นิยามผู้สัมผัสใกล้ชิด 
       
       ผู้สัมผัสใกล้ชิด หมายถึง ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เข้าข่าย/ยืนยัน/ผู้ติดเชื้อ ไม่แสดงอาการในวันเริ่มป่วย หรือก่อน มีอาการประมาณ 2 - 3 วัน (ทั้งนี้ หากเป็นผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการให้ถือวันที่เก็บสิ่งส่งตรวจเสมือนเป็นวันเริ่มป่วย) ผู้สัมผัสใกล้ชิด แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 
     
       ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง หมายถึง ผู้ที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย หรือ ไม่ได้ใส่ Personal Protective Equipment (PPE) ตามมาตรฐานตลอดช่วงเวลาที่มีการสัมผัส ดังนี้ 
           1. ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือมีการพูดคุยกับผู้ป่วย เข้าข่าย/ยืนยัน/ผู้ติดเชื้อ ไม่แสดงอาการ ในระยะ 2 เมตร เป็นเวลานานกว่า 5 นาที หรือถูกไอจามรดจากผู้ป่วย 
           2. ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศมากนัก ร่วมกับผู้ป่วยเข้าข่าย/ยืนยัน/ผู้ติดเชื้อ ไม่แสดงอาการ เป็นระยะเวลานานกว่า 30 นาที เช่น ในรถปรับอากาศหรือห้องปรับอากาศ
       ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ หมายถึง ผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง